Breaking News

ส่งประธานกรรมาธิการศาลฯ ชี้การตั้งผู้จัดการกองทุนล่าช้า



นายณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการธรรมาภิบาลแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในหนังสือเพื่อขอให้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร สอบข้อเท็จจริงในการแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลกับการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

นายณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ กล่าวต่ออีกว่า แม้กระบวนการคัดเลือกผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติจะเสร็จสิ้นลงไปแล้วอีกทั้งได้ผ่านมติของคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติแล้วนั้น กระบวนการต่อไปก็คือ การจัดทำสัญญาว่าจ้าง ประเด็นสำคัญกล่าวคือ สถานะผู้ว่าจ้าง หากเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ มีสถานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ และแน่นอนที่สุดหากเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทยย่อมถือได้ว่าเป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจอย่างแน่นอน จึงต้องดูว่าผู้ว่าจ้างคือใคร ประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือ การกำหนดอัตราเงินเดือนและสวัสดิการของผู้จัดการกองทุนฯ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้จัดการกองทุนฯมาจากการคัดเลือกจากบุคคลภายนอก ต่อไปจะได้ให้เป็นมาตรฐานว่าด้วยสัญญาปกครอง ตามมาตรา 3 ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติทางราชการปกครอง พ.ศ.2539 ซึ่งผู้จัดการกองทุนฯถือได้ว่าเป็นตำแหน่งในระดับบริหาร ที่มีความชำนาญพิเศษ ต้องกำหนดให้อยู่ในระนาบเดียวกันกับตำแหน่งบริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทยที่มาจากการสรรหาคัดเลือกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดคุณสมบัติผู้จัดการกองทุนฯวิธีการคัดเลือกด้วยการสอบภาษาอังกฤษ,การแสดงวิสัยทัศน์ รวมถึงการนำเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติล้วนดำเนินการคัดเลือกเช่นเดียวกันกับการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยทุกประการ ซึ่งต้องให้เป็นไปตามกรอบ ระเบียบว่าด้วยการกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการของสำนักงบประมาณ

เลขาธรรมาภิบาลฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ถือได้ว่ามีหน้าที่ในการกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการสอบข้อเท็จจริงที่กฎหมายให้ปฏิบัติได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและถือว่าเป็นหน้าที่ที่จักต้องเสนอแนะ การกำหนดมาตรฐานในการจัดจ้างผู้จัดการกองทุนฯ ให้ตรงตามกฎหมาย รวมถึงจะได้เป็นมาตรฐานในการคัดเลือกรองผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติซึ่งต้องมาจากบุคคลภายนอกเช่นเดียวกัน และประธานกรรมาธิการศาลฯจักต้องแนะนำฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาให้พึงรักษากฎหมายเพื่อใช้ในทางสร้างสรรค์และผดุงความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอันจะส่งผลต่อการพัฒนากีฬาของชาติ เพราะทุกๆตำแหน่งนั้นต้องช่วยกันในการบริหารเงินแผ่นดินอันเกิดจากภาษีของประชาชนคนไทยทั้งชาติ สืบต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น