ป้าสนอง หญิงพิการ ชาวระยอง เดินหน้ากล่าวโทษคดีวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่รัฐ ต่อ ปปป. 3 คดีรวด - Siamtimes.net

Breaking

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

นิทรรศการ งานมหกรรม

การสื่อสาร

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ป้าสนอง หญิงพิการ ชาวระยอง เดินหน้ากล่าวโทษคดีวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่รัฐ ต่อ ปปป. 3 คดีรวด


        *****ป้าสนอง หญิงพิการ ชาวระยอง เดินหน้ากล่าวโทษคดีวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่รัฐ ต่อ ปปป. 3 คดีรวด ขอตรวจสอบใช้อำนาจฮุบที่ดินของตนเอง พร้อมให้ตรวจสอบและถอดถอนสัญชาติไทยอดีตนักการเมืองท้องถิ่น อบต.แม่น้ำคู้ ด้วย*****

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจากกองบัญชาการปราบปราม นางสนอง พลวิเศษ พร้อมทนายความ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการกองบังคับการปราบปราม 3 คดีรวด


คดีที่แรก
ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีอาญากับนางสาวกชพร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83, 86, 90 และ กล่าวโทษกับนายกฤษดาหรือติ๊ก (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ที่ 2 ในฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 86,91 คดีนี้ อายุความจะครบกำหนดในวันที่ 7 ตุลาคม 2571

คดีที่สอง ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีอาญากับนางกชพรรณ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหากับพวก ในฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172,83,86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83,86,91

คดีที่สาม ร้องทุกข์กล่าวโทษนายสมคิด (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกในฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้ได้มาบัตรประชาชนผู้มีสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, , 86, 91 และกล่าวโทษกับนายกฤษดาหรือติ๊ก ผู้ต้อง 2 ในฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้ได้มาบัตรประชราชนผู้มีสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,86,91


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม นางสนอง พลวิเศษ ได้ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาซวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกับนายกฤษดาหรือติ๊ก และนายวัฒนพงณ์หรือเล็ก โดยขอให้พิสูจน์สัญชาติไทย ตรวจสอบการได้มาโดยสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยยกฎหมาย และโดยขอให้เพิกถอนสัญชาติไทย ขัดต่อ พรบ.สัญชาติไทย พ.ศ.2508 โดยสวมสิทธิ์เป็นคนไทย โดยปกปิดคุณสมบัติในการสมัคร นายก อบต.แม่น้ำคู้ ผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อครั้งนายกฤษดาฯ ดำรงตำแหน่ง นายก อบต.แม่น้ำคู้ ระหว่างปี 2564-2568 โดยไม่มีสิทธิสมัครฯเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ตาม พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ.2562 โดยตนเองเป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในประเทศไทยและได้สัญชาติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า นางสนอง พลวิเศษ ยื่นหนังสือถือ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวง พม.และอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อกล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีวินัยร้ายแรงกับ นางสาวกชพร และนางกชพรรณ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินับร้ายแรงอีกด้วย

นางสนองกล่าวว่า วันนี้ตนขอลุกขึ้นต่อสู้กับกลุ่มขบานการฮุบทีดินของตนและการได้มาซึ่งสัญชาติไทย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนายเหงียนติ๊กหรือนายติ๊ก อดีตนักการเมืองท้องถิ่น อบต.แม่น้ำคู้ เป็นคนต่างด้าว พ่อแม่สัญชาติเวียดนามแท้ จะมาเป็นคนไทยได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับคนต่างด้าว ถือครองที่ดินไม่ได้ โดยเฉพาะ พรบ.จัดทีดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ให้เฉพาะคนไทย เพื่อแก้ปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัย เมื่อวันที 7 ตุลาคม 2563 ผ่านกระบวนการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในทีดินของป้าโดยชอบด้วยกฎหมาย  โดยมีหนังสือยืนยันสิทธิ์ 

โดยนางกชพรรณ ใช้อำนาจโดยมิชอบยึดที่ดินของตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหยิบเอาคำพิพากษาที่พิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน โดยนิคมสร้างตนเองไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความและไม่ใช่คำพิพากษาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เพราะที่ดินเป็นเพียงที่ดินมือเปล่า ต้องดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด แบบนี้ ใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ โดยป้าอยากให้เข้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ และยืนยันตนเองต้องลุกขึ้นสู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad

Responsive Ads Here