เกร็งกันทั้งคู่จนถึงกับมีฎีกา "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ เชือด "ทีมโคเคน" โคลอมเบีย ด้วยการดวลเป้า 4-3 หลังจาก 120 นาที โนสกอร์ - Siamtimes.net

Breaking

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

นิทรรศการ งานมหกรรม

การสื่อสาร

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เกร็งกันทั้งคู่จนถึงกับมีฎีกา "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ เชือด "ทีมโคเคน" โคลอมเบีย ด้วยการดวลเป้า 4-3 หลังจาก 120 นาที โนสกอร์


ที่สนามบีซี เพลซ ประเทศแคนาดา นัดสุดท้ายของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฟุตบอลโลก 2026 เกมนี้เป็นการเจอกันระหว่าง "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ และ "ทีมโคเคน" โคลอมเบีย มูรัต ยาคิน กุนซือสวิตเซอร์แลนด์ ปรับผู้เล่น 2 ตำแหน่ง แต่ยังยึดแผนการเล่น 4-2-3-1 ตามเดิม ส่วน เนสตอร์ โลเรนโซ่ นายใหญ่ทีมโคเคน ปรับทีม 2 ตำแหน่ง เช่นกัน แต่ปรับแผนจาก 4-4-1-1 เป็น 4-3-3 บุกเต็มสูบ



เริ่มเกม
เป็น โคลอมเบีย เป็นฝ่ายบุกและพยายามเข้าทำมากกว่า ด้าน "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ พยามยามเล่นแบบรัดกุม เกมเลยดูเกร็งๆ กันนิดนึง กว่าจะมีโอกาสจะแจ้งกันจริงๆ เวลาก็ล่วงเลยมากลางครึ่งเวลาแรก


โคลอมเบีย มีโอกาสได้ลุ้นก่อน
ในช่วงนาทีที่ 21 ปวยร์ต้า แตะบอลด้วยขวาก่อนปั่นหวังเสียบเสาสองแต่ โคเบล ยังบินปัดเซฟไว้ได้ 9 นาทีถัดมา ทีมนาฬิกา สวิตเซอร์แลนด์ ได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง รีเดอร์ ◌้ข่าปั้มบอลก่อนได้ยิงแต่ วาร์กาส เซฟช่วยทีมเอาไว้ได้


สวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสอีกครั้ง
ในอีก 2 นาทีถัดมา จากจังหวะ เอ็นดอย ได้ลองส่องที่เสาแรก แต่ วาร์กาส ยังเซฟไว้ได้อีก เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ทั้งคู่ยังหาจังหวะจบจะจะยังไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกยังเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0


เริ่มครึ่งหลัง
เกมเป็นไปอย่างอึดอัดเพราะเริ่มเล่นระวังตัวกันมากขึ้น แต่ช่วงนาทีบาป 90+1 ขุนพลนาฬิกา เกือบได้เฮ จากจังหวะ โซว์ จ่ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เอ็นดอย ยิงตามน้ำด้วยขวาแต่บอลหลุดเสาสองไปอย่างน่าเสียดาย จบ 90 นาที ยังเสมอกันที่ 0-0 ต้องเหนื่อยกันต่อในช่วงต่อเวลา


พักดื่มน้ำและปรับแท็คติกกันเสร็จ
ก็เริ่มคิกอ๊อฟกันต่อในช่วงต่อเวลา เป็นฝั่งโคเคนได้เสียวอีกครั้งจากจังหวะ ลูกูมี ปราการหลังของโคลอมเบีย ได้เติมขึ้นมาโขกเต็มๆ ในนามีที่ 99 แต่บอลลอยไปชนคานอย่างจังเสียงดังสนั่น 2 นาทีถัดมา แคมปาส ตัวสำรองได้ยิงบอลฮุค แต่โดน โคเบล ต้องเซฟออกไป ช่วงท้ายครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ เป็นทีมนาฬิกาเกือบได้เฮ จากจังหวะ ลูกยิงของ ฮัมดูนี่ ตัวสำรอง แต่ วาร์กาสยังล้มเซฟเอาไว้ได้ จบช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก ยังโบว๋ที่ 0-0 ตามเดิม

เริ่มครึ่งหลังจากการต่อเวลาพิเศษอีก 15 นาที ในนาทีที่ 115 กองเชียร์นาฬิกาเกือบน้ำตาตกทั้งสนาม เมื่อ ชาก้า กัปตันทีมมาพลาดโดน แคมปาส ฉกไป แต่จังหวะยิงน่าผิดหวังหลุดกรอบออกไป จบ 120 นาที ยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอ 0-0 ต้องถึงกับมีฎีกา ดวลจุดโทษเป็นเกมแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฟุตบอลโลก 2026


เกมถึงฎีกา เข้าสู่ช่วงวัดดวง
เป็นฝั่งโคเคนได้ยิงก่อน และไม่พลาดเป้า ควินเตโร่ ยิงไม่พลาด "โคเคน" นำ 1-0 "ทีมนาฬิกา" ส่งกัปตันทีมคนเก่ง ซาก้า มายิงและไม่พลาดเป้าเช่นกัน ตามตีเสมอ 1-1 เพชฌฆาตคนที่ 2 ซานเชซ ยิงไม่เข้า โอกาสมาที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็น ฮัมดูนี่ ยิงเข้าไป ขึ้นนำ 2-1 ขุนพลคนที่ 3 ของโคเคน แคมปาส ออกมาสังหารไม่เหลือตามตีเสมอ 2-2 ปราการหลังจอมเก๋านาฬิกา อคานจี ออกมาวัดดวงบ้าง แต่ยิงไม่เข้า ความได้เปรียบหายไปยังคงเสมอกัน 2-2 โคเคนคนที่ 4 เฮร์นันเดซ ออกมาสังหารหวังขึ้นนำ แต่ดันพลาดทำให้โอกาสสร้างความได้เปรียบหายไปอีกครั้ง อิตเท่น ตัวสำรอง ออกมาสังหารไม่เหลือซากนำ 3-2 นาฬิกาได้เปรียบอีกครั้ง ดิอาซ ก้าวออกมายิงเพื่อยื้อเวลา และไม่พลาดเป้าเจ๊าที่ 3-3 เพชฌฆาตคนสุดท้ายแนวรุกตัวสำรองตัวเก่ง วาร์กัส ไม่พลาดเป้า "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะ ทีม "โคเคน" โคลอมเบีย ในการดวลจุดโทษตัดสินด้วยสกอร์ 4-3 เข้าไปปะฉะดะกับแชมป์เก่า ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย


จากชัยชนะของทีม "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่ทำผลงานดีที่สุดในการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยสามารถทำได้ในปี 1934, 1938, 1954 และล่าสุด 2026

โปรแกรมนัดถัดไป รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ทัพ "ฟ้าขาว" อาเจนติน่า พบกับ ทัพ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad

Responsive Ads Here